Tuesday, June 10, 2025

A New Writer’s Journey: From Dreams to Relentless Effort (EN)



Translated 

When I first started writing fiction, I had no idea how far I could go. I simply began—driven by my love for words and a small dream: to have someone read the love stories I created, to bring joy to even just one reader.


In between the long, exhausting hours of my day job, I wrote little by little. One chapter at a time, I learned and grew. I had no formal background in writing fiction. I had never read a yuri novel. I didn’t have sharp techniques or polished skills. But I had a heart full of stories waiting to be told—and I believed that was enough to start.


Along the way, I learned new words I had never used before.

I practiced writing poetry.

I experimented with tools like Canva to design my own book covers.

I found the courage to share my work with complete strangers.

And on the day I sold my first eBook—even if it was just a few copies—my heart swelled with indescribable joy.


Of course, there were times I felt discouraged.

When the view count froze despite offering free chapters.

When no one left a comment.

When someone’s words made me feel like my writing wasn’t worth much.


But every time, I asked myself the same question:

“Do I love this?”

And the answer was always: “Yes.”

That answer was enough to bring me back in front of the screen again.


I still publish my stories one chapter at a time, slowly building my reader base.

I still promote my work sincerely, even if most readers remain silent.

I still write poetry no one asked for—

Because it is my love. ♥️


I don’t know where this writer’s path will ultimately lead.

But at the very least, I’ve learned that taking action gives my dream a place to stand.

Even if I stumble, take breaks, or cry along the way—

As long as I can get back up and write again,

This dream is not over.


I’m not there yet.

But I haven’t given up.

And I believe every step, no matter how slow, still matters.


Thank you to myself—for never giving up. 💪

Thank you to every reader who clicked in, even just once. 🙏🏼

And thank you to this world, and to every platform that still gives me a space to tell the stories I want to tell…


📖 This article was written to encourage myself—and I hope it might inspire someone else too. ✌️

Read more for inspiration  

Articles

Sunday, June 8, 2025

The Crown Princess— Even queens have quiet doubts.


She rules a kingdom — but battles with silence.
Queen Isarawadee bears not only the crown, but the crushing weight of what others expect her to be.
This poem reveals a fleeting yet powerful truth:
Even those who seem strongest can feel the sharp edge of doubt.

The Crown Princess is a sapphic period romance woven with tenderness, inner storms, and the unspoken strength of love that sees through every mask.

Now in paperback & Kindle. 🔗Available on Amazon

#GL #SapphicRomance #GirlLove 

Thursday, June 5, 2025

คืนเดือนดับ: ความเชื่อ พลังลึกลับ และคำแนะนำเสริมพลังใจ

 

คืนเดือนดับคืออะไร?

คืนเดือนดับ หรือที่รู้จักกันในทางจันทรคติว่า “วันอมาวสี” คือคืนที่พระจันทร์ไม่ปรากฏบนท้องฟ้า เป็นคืนที่ท้องฟ้ามืดสนิท ปราศจากแสงจันทร์โดยสิ้นเชิง ในหลายวัฒนธรรมรวมถึงในไทย อินเดีย และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คืนเดือนดับมีความหมายทางจิตวิญญาณและไสยศาสตร์ที่ฝังรากลึกมายาวนาน

คืนเดือนดับในความเชื่อไทย

ในความเชื่อพื้นบ้านของไทย คืนเดือนดับมักถูกมองว่าเป็นคืนที่ พลังลึกลับหรือพลังด้านมืดแรงขึ้น เนื่องจากขาดพลังแห่งแสงที่ช่วยปกป้องมนุษย์จากสิ่งชั่วร้าย เชื่อกันว่าเป็นช่วงเวลาที่ ผี วิญญาณเร่ร่อน หรือพลังงานลบ เคลื่อนไหวได้สะดวก และยังเป็นเวลาที่นักไสยศาสตร์ใช้ทำพิธีต่าง ๆ เช่น ปลุกเสน่ห์ ลงของ หรือเรียกจิต

แม้จะฟังดูน่ากลัว แต่ก็มีอีกด้านหนึ่งที่เชื่อว่าคืนเดือนดับคือช่วงเวลาที่ดีในการ ล้างพลังลบ ตั้งจิตนิ่ง และเริ่มต้นใหม่ ด้วยความสงบและสติ

ดีวาลี: ตัวอย่างคืนเดือนดับที่เปี่ยมด้วยแสงแห่งศรัทธา🪔

เทศกาลดีวาลี (Diwali) ปี 2025 ตรงกับวันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม . วันนี้เป็นวันสำคัญที่สุดของเทศกาล ซึ่งตรงกับวันอมาวัสยา (Amavasya) หรือคืนเดือนดับของเดือนการติกะ (Kartik) ตามปฏิทินฮินดู

ชาวฮินดูจะทำความสะอาดบ้าน แต่งตัวสวยงาม บูชาพระลักษมี (เทวีแห่งความมั่งคั่ง) และเฉลิมฉลองร่วมกับครอบครัว ภาพของดีวาลีจึงเป็นตัวอย่างที่งดงามของการใช้ “คืนที่มืด” เพื่อสร้าง “แสงสว่างในใจ”

คำว่า “ดีวาลี” มาจากภาษาสันสกฤต “ทีปาวลี (Deepavali)”

วิธีกำหนดวันดีวาลี:
• ดีวาลีจะตรงกับ วันอมาวสี (วันเดือนดับ)
• ในเดือน การติกะ (Kartik) ของปฏิทินฮินดู
• ซึ่งมักตรงกับช่วง ปลายตุลาคมถึงกลางพฤศจิกายน ของปฏิทินสากล
• วันเดือนดับนี้ต้องเป็น “คืนเดือนดับของครึ่งเดือนหลัง” ของเดือนการติกะเท่านั้น

💡คำแนะนำ: เสริมพลังใจในคืนเดือนดับ

แม้จะมีความเชื่อด้านลบเกี่ยวกับคืนเดือนดับ แต่เราสามารถเลือกที่จะใช้มันเป็นโอกาสในการดูแลจิตใจและเสริมพลังให้ตนเองได้ ด้วยวิธีดังนี้:

1. สวดมนต์ก่อนนอน
• ใช้บทสวดอย่าง ชินบัญชร, อิติปิโสฯ, หรือคำอธิษฐานที่คุณศรัทธา เพื่อเสริมพลังด้านบวกให้จิตใจสงบและมั่นคง

2. จุดเทียนหรือตะเกียงเล็ก ๆ 🕯
• แสงเล็ก ๆ จากเทียนเป็นตัวแทนของพลังชีวิตและความหวัง ช่วยขับไล่ความกลัวและความกังวล

3. เขียนสิ่งที่อยากปล่อยทิ้ง แล้วเผา
• เขียนความคิดลบ ความกลัว หรือเรื่องที่หนักใจลงกระดาษ แล้วจุดไฟเผาทิ้ง เป็นสัญลักษณ์ของการปล่อยวางและเริ่มต้นใหม่

4. อยู่กับคนที่ทำให้คุณรู้สึกปลอดภัย
• ไม่จำเป็นต้องหลีกหนีความมืด เพียงแค่มี “แสงในใจ” ร่วมกับคนที่รักและเข้าใจ ก็เพียงพอแล้ว

5. ไม่ควร
• เดินทางไกล หรือเดินคนเดียวในที่เปลี่ยว
• เปิดช่องทางจิต เช่น การเล่นผีถ้วยแก้ว หรือสื่อวิญญาณ
• รับของที่มีเจตนาไม่แน่ชัดจากคนอื่น


คืนเดือนดับไม่จำเป็นต้องเป็นคืนแห่งความหวาดกลัว หากเรามองด้วยใจที่เปิดกว้าง มันอาจเป็น ช่วงเวลาแห่งการทบทวน ปล่อยวาง และเริ่มต้นใหม่อย่างสงบ เช่นเดียวกับแสงตะเกียงนับพันดวงในคืนดีวาลี ที่เปลี่ยนความมืดให้เป็นความหวัง

บางครั้ง ความเงียบที่สุด อาจเป็นเวลาที่ใจเราเปล่งแสงที่สุดก็ได้✨

หากคุณชอบบทความนี้ อย่าลืมกดแชร์หรือบันทึกไว้เพื่อกลับมาอ่านในคืนที่ต้องการพลังใจนะคะ


ติดตามและสนับสนุนนักเขียน 

Support | Social Media

Tuesday, June 3, 2025

ขนาดปกอีบุ๊ค และเทคนิคการจัดวางข้อความบนปกให้น่าอ่าน & รองรับหลายแพลตฟอร์ม

ต้องออกตัวก่อนว่าฉันเองก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ แต่ตั้งใจเขียนบทความนี้เพื่อเป็นทั้งคู่มือให้ตัวเอง และเป็นประโยชน์ให้กับผู้ที่เริ่มต้น

เริ่มด้วยที่ 💡ขนาดปกอีบุ๊คที่แนะนำ

ขนาดปกแนะนำ



ebook เปิดใน Apple books (1600*2400 px)


✍️ เทคนิคการจัดวางข้อความบนปก eBook ให้น่าอ่าน & รองรับหลายแพลตฟอร์ม


1. อย่าให้ข้อความชิดขอบภาพ

เพราะแต่ละแพลตฟอร์มอาจ crop อัตโนมัติ โดยเฉพาะบนแอปมือถือ

✅ แนะนำ:

• เว้นขอบโดยรอบอย่างน้อย 100–150 px

• ใช้ safe zone กลางภาพในการวางชื่อเรื่องและชื่อนักเขียน


2. เลือกขนาดฟอนต์ที่อ่านได้แม้ใน thumbnail

ปกนิยายจะถูกย่อเหลือแค่ภาพเล็กมาก ๆ ในแอปหรือเว็บแสดงผล

✅ แนะนำ:

• หัวเรื่องหลัก (Title) ควร ใหญ่ ชัด ตัดกับพื้นหลัง

• หลีกเลี่ยงฟอนต์บางหรือมีลูกเล่นเยอะเกินไป

• ลองย่อภาพเหลือขนาดประมาณ 300 x 480 px ดูว่ายังอ่านได้ไหม


3. อย่าวางชื่อเรื่องซ้อนกับจุดที่มีลายซับซ้อน

ภาพปกสวย แต่ถ้าข้อความจมหาย คนจะไม่รู้ว่าเรื่องเกี่ยวกับอะไร

✅ แนะนำ:

• ใช้แถบโปร่งใส หรือเงาดำบาง ๆ ใต้ข้อความ

• หรือหาพื้นที่เรียบ (เช่นมุมบน/ล่าง) เพื่อจัดวาง title โดยเฉพาะ


4. วางชื่อผู้เขียนให้ชัด แต่ไม่แข่งกับชื่อเรื่อง

ผู้อ่านมักมองชื่อเรื่องก่อนชื่อคนเขียน

✅ แนะนำ:

• วางไว้ด้านล่างของภาพ หรือมุมขวาล่าง

• ใช้ฟอนต์เล็กกว่าชื่อเรื่อง 1–2 ระดับ


5. ทดสอบความน่าดึงดูดด้วย “กฎ 3 วินาที”

เปิดปกในหน้ารวม eBook บนแอปหรือเว็บ แล้วดูว่าสะดุดตาไหมภายใน 3 วินาที

ถ้าไม่…อาจต้องปรับโทนสี, ตัวอักษร หรือองค์ประกอบภาพใหม่


📍สำหรับงานเขียนของตัวเองเล่มแรก เห็นได้ชัดเลยว่าพอภาพออกมาเล็กอ่านชื่อเรื่องหรือ แท็กไลน์แทบไม่เห็น ตอนทำฉบับภาอังกฤษจึงปรับตำแหน่งและขนาดของข้อความต่างๆ ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ และต้องขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านให้กำลังใจนักเขียนมือใหม่คนนี้ สัญญาว่าจะพัฒนาต่อไป💪


อ่านเทคนิคอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่นี่ 

ไปหน้ารวมสาระความรู้

ติดตามและสนับสนุนนักเขียน 

Support | Social Media


Sunday, June 1, 2025

การใช้เงินตราในยุคโบราณ: จุดเริ่มต้น วิวัฒนาการ และพัฒนาการของเงินในประเทศไทย

เงินตรา เป็นสิ่งที่เราใช้กันจนคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน แต่รู้หรือไม่ว่าแนวคิดเรื่อง “เงิน” นั้นเกิดขึ้นมานานนับพันปีแล้ว และวิวัฒนาการของเงินตราได้สะท้อนถึงความก้าวหน้าของมนุษยชาติ ตั้งแต่สังคมเกษตรดั้งเดิมจนถึงโลกดิจิทัลในปัจจุบัน

ในบทความนี้เราจะพาคุณย้อนกลับไปสำรวจ จุดเริ่มต้นของการใช้เงินตราในยุคโบราณ, วิวัฒนาการของระบบเงินทั่วโลก รวมถึง พัฒนาการของเงินในประเทศไทย ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน


จุดเริ่มต้นของการใช้เงินตราในโลก

ก่อนจะมีเงินตรา มนุษย์ใช้ การแลกเปลี่ยนสิ่งของ (barter system) เช่น แลกข้าวกับปลา หรือผ้ากับเกลือ แต่เมื่อสังคมขยายตัว การแลกเปลี่ยนเริ่มซับซ้อน จึงต้องมี “ตัวกลาง” ที่ทุกคนยอมรับเป็นค่ากลาง ซึ่งนำไปสู่แนวคิดของ เงินตรา

การกำเนิดของเงินตราโลหะ

• หลักฐานชิ้นแรกของเงินตราโลหะพบใน อาณาจักรลิเดีย (Lydia) บริเวณเอเชียไมเนอร์ ปัจจุบันคือประเทศตุรกี
• มีอายุราว 700 ปีก่อนคริสตกาล ใช้โลหะผสมระหว่างทองคำและเงิน (electrum) และมี ตราราชวงศ์ประทับบนเหรียญ เพื่อยืนยันความถูกต้อง

จากนั้นเงินตราเริ่มแพร่หลายไปยังอารยธรรมต่าง ๆ เช่น
• จีน – ใช้เงินมีด เงินจอบ
• อินเดีย – ใช้เหรียญเงินมีตรา
• กรีก–โรมัน – มีเหรียญทอง เหรียญเงิน ใช้ในราชการและทหาร

🗡เงินมีด (Knife Money – 刀币)
• เป็น เหรียญโลหะรูปคล้ายมีด หรือเคียวเล็ก ๆ
• ทำจาก สำริด (ทองแดงผสมดีบุก)
• มีด้าม แบน มีคมปลอม ๆ แต่ไม่ได้ใช้เป็นอาวุธจริง
🪏เงินจอบ (Spade Money – 布币)
• เป็นเหรียญโลหะรูป จอบหรือพลั่วเล็ก ๆ
• ทำจาก สำริด เช่นกัน
• ลักษณะคล้ายเครื่องมือเกษตร เพราะ “จอบ” เคยเป็นสิ่งมีค่าที่ใช้แลกของจริง

วิวัฒนาการของเงิน: จากเหรียญสู่ดิจิทัล

1. เงินโลหะ – ทองคำ เงิน ทองแดง ปั๊มตรา/ตีตรา
2. ธนบัตร – เริ่มจาก “ใบสัญญา” หรือ “ตั๋วเงิน” ที่ออกโดยธนาคาร → กลายเป็นเงินกระดาษที่รัฐบาลรับรอง
3. บัตรอิเล็กทรอนิกส์ – เงินพลาสติก บัตรเครดิต บัตรเดบิต
4. เงินดิจิทัล – Mobile banking, E-wallet และ สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ที่ไม่มีตัวตนจับต้องได้ แต่ใช้ซื้อขายได้จริง

฿วิวัฒนาการของเงินในประเทศไทย🪙


ประเทศไทยมีการใช้เงินมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยพัฒนาไปตามอิทธิพลของการค้า วัฒนธรรม และอำนาจรัฐ

สมัยทวารวดี – ศรีวิชัย

• มีการใช้เงินตราโลหะปั๊มตราอักษรพราหมี/ภาพสัญลักษณ์
• ใช้ควบคู่กับการแลกเปลี่ยนด้วยเปลือกหอย เกลือ หรือของมีค่า

สมัยสุโขทัย – อยุธยา

• ใช้ “พดด้วง” ซึ่งเป็นเงินแท่งที่ตีเป็นก้อนกลม
• มีตราประทับ เช่น รูปจักร, พระอาทิตย์, รูปสัตว์
• ใช้ทอง เงิน และทองแดง ตามมูลค่าและความจำเป็น

สมัยรัตนโกสินทร์

• รัชกาลที่ 4 เริ่มออก เหรียญกษาปณ์แผ่นกลม ตามแบบสากล
• มีการตั้ง “โรงกษาปณ์” และควบคุมโดยรัฐบาล

ปัจจุบัน

• ใช้ ธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ อย่างเป็นระบบ
• ควบคุมโดย ธนาคารแห่งประเทศไทย
• พัฒนาเข้าสู่ ระบบอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ ผ่าน mobile banking และ QR code

💰บทส่งท้าย: เงินตราคือกระจกสะท้อนสังคม

จากเหรียญเงินในยุคอาณาจักรลิเดีย ถึงแอปโอนเงินบนมือถือในปัจจุบัน
เงินตรา ไม่ได้เป็นเพียงตัวกลางในการแลกเปลี่ยน แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของ “ความเชื่อ” และ “ความไว้วางใจ” ที่มนุษย์มีต่อระบบเศรษฐกิจ

ประเทศไทยเองก็มีพัฒนาการที่น่าสนใจ ผ่านรูปแบบเงินตราหลากหลายที่สะท้อนอำนาจ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละยุค


ติดตามและสนับสนุนนักเขียน 

Support | Social Media

All time Popular Posts